หนังสือเด็ก เล่านิทานอย่างไร ให้ลูกฉลาดได้สนุกด้วย
dot
สมัครสมาชิก (Member Login)
อีเมล :
รหัสผ่าน :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
หมวดสินค้า
dot
โปรโมชั่น
คิดบวก
หนังสือเรียน (Textbooks)
สื่อการเรียนการสอน
หนังสือภาษาต่างประเทศ
หนังสือเสริมความรู้ทั่วไป
dot
Teacher's Guide and Resource
dot
bulletTeacher's Guide
bulletICT Download Link
bulletErrata
dot
สินค้า
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
ค้นหาสินค้า


  [Help]
dot
dot
รับข่าวสารสำนักพิมพ์

dot




เล่านิทานอย่างไร ให้ลูกฉลาดได้สนุกด้วย

 เพราะ “จินตนาการ” สำคัญกว่า ความรู้ และนิทาน เปรียบเสมือนโลกแห่งจินตนาการและการเรียนรู้ด้านภาษาสำหรับเด็ก ภาพประกอบในแต่ละหน้าและตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนหนังสือนิทานนั้น จะส่งผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เด็กจะเริ่มซึมซับและรับรู้นิทาน จากภาพที่มองเห็นและเสียงที่ได้ยินจากการที่พอ่แม่อ่านให้ฟัง สิ่งเหล่านี้จะเริ่มทำให้เด็กเรียนรู้ความหมายของคำแต่ละคำ ประโยคแต่ละประโยค ไปทีละเล็กทีละน้อย จนสามารถเชื่อมโยงภาพ ตลอดจนจดจำเนื้อหาและเรื่องราวต่างๆ ที่นำไปสู่การอ่านตัวหนังสือได้อย่างมีความหมายต่อไป แต่จะเล่านิทานอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้เรามีคำตอบนั้นมาเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังค่ะ

1. ควรเลือกนิทานที่เหมาะสมกับช่วงวัยและความสนใจของเด็ก
สำหรับเด็กเล็กนั้น พ่อแม่ควรเลือกนิทานที่เกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว เช่น เรื่องชีวิตประจำวัน สัตว์ สิ่งของ และมีภาพประกอบที่เหมือนภาพของจริง มีสีสวยงาม ขนาดใหญ่ ตัวหนังสือไม่เยอะจนเกินไป ส่วนในวัยที่โตขึ้นและเด็กเริ่มอ่านหนังสือเองได้แล้ว ให้พ่อแม่ช่วยเลือกนิทานที่เหมาะสมกับเด็กวัย อ่านเป็นนิทานที่เป็นเรื่องที่ยาวขึ้น แต่เข้าใจง่าย ส่งเสริมจินตนาการ และอิงความจริงอยู่บ้าง เนื้อเรื่องสนุกสนานน่าติดตาม มีภาพประกอบที่มีสีสันสดใสสวยงาม มีตัวอักษรบรรยายเนื้อเรื่องไม่มากเกินไป และมีขนาดใหญ่พอสมควรใช้ ภาษาง่ายๆ ที่เด็กสามารถอ่านตามได้เอง


 
2. มีเทคนิคการนำเสนอ
ในการเล่านิทานแต่ละเล่มนั้นคุณพ่อคุณแม่อาจมีการใช้วิธีในการเล่าที่แตกต่างกันได้ เพื่อกระตุ้นให้ลูกเกิดความสนใจ ติดตามฟังเนื้อเรื่องจนจบ ในบางเรื่องอาจเป็นการเล่าปากเปล่า บอกเล่าเรื่องราวด้วยการเน้นน้ำเสียงและท่าทางที่น่าสนใจ หรือในบางเรื่องอาจเป็นการเล่าแบบการใช้อุปกรณ์ เช่น หุ่นมือ หุ่นนิ้ว ตุ๊กตา หรืออุปกรณ์รอบตัวที่มีอยู่ในบ้าน มาช่วยเสริมเรื่องราวให้นิทานมีความสนุกสนานและน่าสนใจขึ้นก็ได้


3. เล่าเรื่องราวด้วยความสุข
ในการเล่านิทานแต่ละเรื่องนั้น การขึ้นต้นเรื่องที่จะเล่า ควรดึงดูดความสนใจเด็ก โดยค่อยเริ่มเล่าด้วยเสียงชัดเจน ลีลาของการเล่าช้าๆ และเริ่มเร็วขึ้น จนเป็นการเล่าด้วยจังหวะปกติ ใช้น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง แสดงให้สอดคล้องกับลักษณะของตัวละครแต่ละตัว ไม่ควรเล่าเนือยๆ เรื่อยๆ เพราะทำให้ขาดความตื่นเต้น และเด็กจะไม่เกิดอารมณ์ร่วมในการฟัง และนิทาน 1 เรื่องไม่ควรใช้เวลาในการเล่าเกิน 15 นาที


4. ตั้งคำถามกระตุ้นการเรียนรู้
เมื่อเล่านิทานจบคุณพ่อคุณแม่อาจชวนลูกๆ ตั้งคำถาม และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทานเรื่องนั้นๆ ซึ่งการทำกิจกรรมนี้จะเป็นตัวช่วยให้ลูกฝึกทักษะการสังเกตการจับประเด็นและการสรุปความได้ด้วย

 

นอกจากนั้นการอ่านนิทานให้ลูกฟังถือเป็นการป้อนอาหารสมองและอาหารใจให้กับลูก ที่สำคัญการที่พ่อแม่อ่านนิทานให้ลูกฟัง ด้วยเสียงของพ่อแม่เอง ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการถ่ายทอดความรักและความอบอุ่นให้ส่งถึงกันได้ด้วย อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยส่งเสริมจินตนาการให้แก่เด็ก รวมทั้งยังเป็นการฝึกสมาธิให้เด็กได้รู้จักสำรวจและจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ฟังในแต่ละหน้า ซึ่งทักษะทั้งหลายเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การเตรียมความพร้อมเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ต่อไปในอนาคต

เพราะ “การอ่านนิทาน” คือ การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก

อย่าลืมอ่านนิทานให้ลูกฟังทุกวันนะคะ


►►By สุภาพรรณ ศรีสุข: ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็ก

 

 

          

 

 

 

 




Learning Corner

เปิดเทอมใหม่ หัวใจไม่ว้าวุ่น
ลูกเอาแต่ใจตัวเอง
มารยาทแบบไทยๆ สอนลูกไว้ใครเห็นก็รัก
EF ทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ